WinRAR เป็นโปรแกรมบีบอัดไฟล์ที่มีผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก (อ้างอิงจากเว็บไซต์ของผู้พัฒนาโปรแกรม)
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจากบริษัท Check Point ได้รายงานช่องโหว่ประเภท
Path Traversal ในโปรแกรม WinRAR ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีสามารถติดตั้งมัลแวร์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้
WinRAR เป็นโปรแกรมบีบอัดไฟล์ที่มีผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก (อ้างอิงจากเว็บไซต์ของผู้พัฒนาโปรแกรม) เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจากบริษัท Check Point ได้รายงานช่องโหว่ประเภท Path Traversal ในโปรแกรม WinRAR ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีสามารถติดตั้งมัลแวร์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของ เหยื่อได้ ช่องโหว่นี้มีรหัส CVE-2018-20250 มีคะแนน CVSS 7.8 (High) ปัจจุบันพบการโจมตีโดยอาศัยช่องโหว่นี้แล้ว
สาเหตุของช่องโหว่เกิดจากโปรแกรม WinRAR ใช้ไลบรารี UNACEV2.dll สำหรับขยาย (extract) ไฟล์นามสกุล .ace ซึ่งเป็นไฟล์ที่ถูกบีบอัดด้วยโปรแกรม WinACE [4] ไลบรารี UNACEV2.dll มีช่องโหว่ในส่วนของการตั้งชื่อไฟล์ที่อนุญาต ให้ใส่อักขระพิเศษ คือ / \ * ในชื่อไฟล์ได้ (โดยปกติแล้วระบบปฏิบัติการจะไม่อนุญาตให้ตั้งชื่อไฟล์ในลักษณะนี้) อักขระพิเศษ ที่สามารถใส่เข้าไปได้นั้นใช้เพื่อระบุตำแหน่งของไฟล์หรือไดเรกทอรีในระบบ ส่งผลให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถสร้างไฟล์บีบอัด ประเภท .ace ที่ฝังมัลแวร์เอาไว้แล้วแก้ไขชื่อไฟล์ให้มีอักขระพิเศษเพื่อระบุถึงตำแหน่งไดเรกทอรีอื่นในเครื่องได้ หากผู้ใช้ขยาย ไฟล์ .ace ดังกล่าวโดยใช้โปรแกรม WinRAR ไฟล์มัลแวร์จะถูกนำไปไว้ในตำแหน่งที่ผู้ประสงค์ร้ายกำหนด ซึ่งอาจก่อให้เกิด ความเสียหายต่อระบบหรือข้อมูลของผู้ใช้งานได้ ทั้งนี้ นักวิจัยได้ยกตัวอย่างการโจมตีโดยติดตั้งโปรแกรมมัลแวร์ไว้ในไดเรกทอรี Startup ซึ่งจะทำให้ตัวมัลแวร์ถูกเรียกขึ้นมาทำงานโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดเครื่อง
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ทางผู้พัฒนา WinRAR ได้ออกอัปเดตเวอร์ชัน 5.70 เพื่อแก้ไขปัญหานี้แล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่อง จากโปรแกรม WinACE ไม่ได้รับความนิยมและหยุดพัฒนาไปตั้งแต่ปี 2550 ทำให้ทีมพัฒนาของ WinRAR ไม่สามารถแก้ไข ช่องโหว่ในไลบรารี UNACEV2.dll ได้ จึงตัดสินใจถอนการสนับสนุนไฟล์ .ace ตั้งแต่ WinRAR เวอร์ชัน 5.70 เป็นต้นไป
หากผู้ใช้ขยายไฟล์บีบอัดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อโจมตีผ่านช่องโหว่ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกติดตั้งมัลแวร์ลงในเครื่องได้ ทั้งนี้ เนื่องจากโปรแกรม WinRAR ไม่ได้ขยายไฟล์โดยอ้างอิงจากนามสกุลของไฟล์แต่จะพิจารณาจากส่วนหัวของไฟล์ ทำให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถเปลี่ยนนามสกุล ไฟล์จาก .ace เป็น .rar เพื่อหลอกลวงได้
ปัจจุบันมีรายงานการโจมตีโดยอาศัยช่องโหว่นี้แล้ว เช่น ใช้ภาพลามก หรือใช้เพลงละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อหลอกล่อให้ผู้ใช้ขยายไฟล์ออกมาดู
WinRAR เวอร์ชันต่ำกว่า 5.70
ผู้ใช้ควรอัปเดตโปรแกรม WinRAR เป็นเวอร์ชัน 5.70 โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เนื่องจากโปรแกรม WinRAR ไม่มีความสามารถในการติดตั้งอัปเดต อัตโนมัติ ผู้ใช้จำเป็นต้องดาวน์โหลดโปรแกรมเวอร์ชันล่าสุดจากเว็บไซต์ของผู้พัฒนา (www.win-rar.com) มาติดตั้งด้วยตนเอง
หากยังไม่สามารถอัปเดตได้ อาจพิจารณาเปลี่ยนไปใช้โปรแกรมอื่นในการขยายไฟล์บีบอัด เช่น 7-Zip หรือลบไฟล์ UNACEV2.dll ออกจาก เครื่องเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบ โดยไฟล์ดังกล่าวอยู่ในไดเรกทอรีที่ติดตั้งโปรแกรม WinRAR
นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรพิจารณาติดตั้งแอนติไวรัสและอัปเดตฐานข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สามารถตรวจจับมัลแวร์ใหม่ๆ ได้
2. http://cve.mitre.org/cgi-bin/cvename.cgi?name=CVE-2018-20250
3. https://nvd.nist.gov/vuln/detail/CVE-2018-20250
4. https://research.checkpoint.com/extracting-code-execution-from-winrar/
Copyright © 2020 Alpine Technology Manufacturing (Thailand) Co.,Ltd
แอล์ไพน์ เทคโนโลยี แมนูเฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด 210 หมู่ 13 ถ.สุวรรณศร ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 25000